การจัดการสิ่งแวดล้อม สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม อย่างมีประสิทธิภาพ ตอนที่ 1


การจัดการสิ่งแวดล้อม สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม อย่างมีประสิทธิภาพ ตอนที่ 1

สวัสดีครับทุกท่าน กลับมาพบกับผม Dr.UBA กันอีกครั้งนะครับ หลังจากบทความที่แล้ว เราได้นำเสนอเกี่ยวกับ ” โทษของการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม “ กันไปแล้ว วันนี้ ผมจะขอพูดถึงเรื่องของ การจัดการสิ่งแวดล้อม สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม อย่างมีประสิทธิภาพ กันนะครับ

ปัญหาสิ่งแวดล้อม ใน โรงงานอุตสาหกรรม นับว่าสำคัญและมีบทบาทมากขึ้นในสภาวะปัจจุบัน เนื่องจากปัญหาเหล่านี้จะมีผลกระทบต่อ กฎหมาย ชุมชน และต้นทุนการผลิต ของโรงงานอุตสาหกรรม เองด้วย จึงจะต้องมีการจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการด้านน้ำ

ปัญหาน้ำเสีย เป็นสิ่งที่ต้องมีการตระหนักและทำการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสีย  จากแหล่งต่าง ๆ ได้แก่ น้ำเสียจากชุมชน โรงงานอุตสาหกรรม และการเกษตร เป็นต้น ซึ่งน้ำเสียจากแต่ละแหล่งก็จะมีลักษณะของน้ำเสียทีแตกต่างกัน เช่น  ได้แก่  ทางกายภาพ  ทางเคมี และทางชีวภาพ เป็นต้น ในการที่จะ บำบัดน้ำเสีย นั้น จำเป็นที่จะต้องมีการเลือกวิธีหรือลักษณะการบำบัดให้เหมาะสม  เช่น ถ้ามีพื้นที่มาก ก็ควรที่จะเลือกใช้ระบบบำบัดน้ำเสียแบบคลองวนเวียน หรือว่าถ้าพื้นที่น้อยหรือ  มีจำกัด ก็ควรที่จะใช้ระบบบำบัดน้ำเสียแบบแผ่นจานหมุนชีวภาพ เป็นต้น ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องคำนึงถึงข้อดีและข้อเสียของแต่ละระบบด้วย เพื่อที่การบำบัดน้ำเสียจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเพียงพอต่องบประมาณที่มีด้วย

ดังนั้น หากเรามีการบริหารจัดการที่ดีแล้ว ปัญหาต่างๆ ย่อมไม่เกิดขึ้นกับโรงงานอุตสาหกรรมของท่าน ชุมชน และสังคม ซึ่งในตอนที่ 2 ของบทความเรื่อง ” การจัดการสิ่งแวดล้อม สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม อย่างมีประสิทธิภาพ  “ ผมจะมานำเสนอมุมมองอีกด้านของการจัดการสิ่งแวดล้อม สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม อย่างมีประสิทธิภาพ ให้ทุกท่านได้ทำความเข้าใจกันนะครับ

แล้วพบกันใหม่ บทความหน้า สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ

ขอขอบคุณ

บทความจาก : Dr.UBA ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำและน้ำเสียแบบครบวงจร โทร.02-7893232 , http://www.uba.co.th

รูปประกอบจาก :  http://pacewater.comhttp://ese.mines.eduhttp://www.environment.nsw.gov.auhttp://www.sardi.sa.gov.au/

โทษของการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม


โทษของการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม

สวัสดีครับเพื่อนๆ กลับมาพบกับผม Dr.UBA กันอีกครั้งนะครับ วันนี้ บทความพิเศษของเรา จะขอนำเสนอ บทความเรื่องโทษของการไม่ปฏิบัติตาม กฎหมายสิ่งแวดล้อม กันนะครับ เป็นที่รู้กันดีว่าในปัจจุบัน ตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือรายการทีวี จะมีข่าวเรื่องผลกระทบจากการ ปล่อยน้ำเสีย ลงสู่ แหล่งน้ำสาธารณะ หรือ ชุมชนกันมากมาย หลายแห่งพบว่ามีการ ลักลอบ นำน้ำเสียที่ยังไม่ได้รับการบำบัดมาทิ้งไว้ ซึ่งส่งผลกระทบมากมายทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในบริเวณนั้น

ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ เกิดจากการที่ผู้ประกอบการ ไม่ใส่ใจและไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่ประกาศใช้ ดังนั้น วันนี้ เพื่อให้ท่านผู้อ่านเข้าใจและรับรู้ถึงโทษของการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม ผม Dr.UBA ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำและน้ำเสีย จึงขอยกตัวอย่าง บทกำหนดโทษของผู้ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม มาให้ลองอ่านกันดูนะครับ

ตัวอย่างโทษของการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม

๑. กฎหมายสิ่งแวดล้อมที่เป็นความผิดทางอาญา หรือที่เรียกว่า Environmental Crime นั้น อาจแยกฐานความผิดได้ ๓ ประการ ประการแรก คือ ความผิดเนื่องจากการก่อให้เกิดมลพิษ ประการที่สอง คือ ความผิดฐานละเว้นไม่ปฏิบัติตามมาตรการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และประการที่สาม คือ ความผิดฐานกระทำผิดเงื่อนไข ที่เจ้าพนักงานอนุญาตหรือคำเตือนที่เจ้าพนักงานแจ้งให้ทราบ โดยภาพรวม แล้วกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่มีโทษทางอาญาของประเทศไทย เป็นบทบัญญัติที่สอดคล้องกับทฤษฎีดังกล่าวอยู่แล้ว ข้อที่น่าสังเกตคือ การกระทำที่จะเป็นความผิดกฎหมายอาญาสิ่งแวดล้อมนี้ เนื่องจากเป็นกฎหมายเทคนิค (technical law) กล่าวคือ ที่เป็นความผิดทางอาญาเพราะกฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิด (Mala prohibit) เช่น ความผิดตามพระราชบัญญัติจราจร ไม่ใช่เพราะเป็นความผิดต่อเมื่อมีเจตนา (Mala in se) อย่างเช่น ความผิดฐานลักทรัพย์ ดังนั้น การกระทำที่จะเป็นความผิดอาญาตามกฎหมายอาญาสิ่งแวดล้อมนี้ จึงควรเป็นความผิดที่ไม่ต้องการเจตนาเป็นองค์ประกอบความผิด

๒. กฎหมายสิ่งแวดล้อมที่เป็นความรับผิดทางแพ่ง กฎหมายที่กล่าวถึงความรับผิดทางแพ่งที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมนั้น ได้แก่

๒.๑         ความรับผิดทางแพ่งตามพระราชบัญญัติซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะ บทบัญญัติที่สำคัญได้แก่ พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๓๕ บัญญัติไว้ในมาตรา ๙๖ และมาตรา ๙๗ ซึ่งให้ผู้ที่เป็นต้นเหตุแห่งความเสียหาย ที่เกิดขึ้นแก่สิ่งแวดล้อมและหรือทรัพยากรธรรมชาติ เป็นผู้จ่ายค่าเสียหายทั้งหมด ทั้งนี้เป็นไปตามหลัก “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย” (The polluter pays principle) หลักนี้อธิบายได้ว่า ผู้ก่อให้เกิดมลพิษ จะต้องรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง กับการบริหารจัดการระบบการกำจัดมลพิษ เช่น ค่าบำบัดน้ำเสีย ค่าเก็บขยะ นอกจากนี้ จะต้องรับผิดชอบในค่าเสียหาย ที่เป็นผลมาจากมลพิษที่ตนเองก่อให้เกิดด้วย เช่น ค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดและกำจัดน้ำมันที่รั่วไหลจากโรงงานของตน ที่รัฐต้องจ่ายไป12 มาตรา ๙๖ เป็นความรับผิดในความเสียหายที่ก่อให้เกิดมลพิษ ซึ่งเอกชนที่ได้รับความเสียหาย และรัฐมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน บัญญัติว่า “แหล่งกำเนิดมลพิษใด ก่อให้เกิดหรือเป็นแหล่งกำเนิดของการรั่วไหล หรือแพร่กระจายของมลพิษ อันเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ชีวิต ร่างกายหรือสุขภาพอนามัย หรือเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นหรือของรัฐเสียหายด้วยประการใด ๆ เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษนั้น มีหน้าที่ ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือค่าเสียหายเพื่อการนั้น ไม่ว่าการรั่วไหล หรือแพร่กระจายของมลพิษนั้น จะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ของเจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษหรือไม่ก็ตาม เว้นแต่ในกรณีที่พิสูจน์ได้ว่า มลพิษเช่นว่านั้น เกิดจาก

(๑)          เหตุสุดวิสัยหรือการสงคราม

(๒)          การกระทำตามคำสั่งของรัฐบาลหรือเจ้าพนักงานของรัฐ

(๓)          การกระทำหรือละเว้นการกระทำของผู้ที่ได้รับอันตราย หรือความเสียหายเองหรือของบุคคลอื่น ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงหรือโดยอ้อม ในการรั่วไหลหรือการแพร่กระจายของมลพิษนั้น

ค่าสินไหมทดแทนหรือค่าเสียหาย ซึ่งเจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษ มีหน้าที่ต้องรับผิดตามวรรคหนึ่ง หมายความรวมถึง ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ทางราชการ ต้องรับภาระจ่ายจริงในการขจัดมลพิษที่เกิดขึ้นด้วย ”

ก็อย่างที่เรารู้กัน ในปัจจุบัน การบังคับใช้กฎหมายและข้อบังคับต่างๆเหล่านี้ อาจจะยังไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในฐานะผู้ให้บริการด้านสิ่งแวดล้อม ผมอยากจะรณรงค์ให้ ผู้ประกอบการทุกท่าน ดำเนินกิจการโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม มีการจัดการน้ำและน้ำเสียอย่างถูกวิธี ไม่ละเมิดหรือทำในสิ่งที่ขัดต่อกฎหมายสิ่งแวดล้อมและให้ความร่วมมือกับชุมชน และสังคม ในการส่งเสริมให้ทุกภาคส่วน ร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจที่ยั่งยืนสืบไป

ดังนั้น หากท่านผู้ประกอบการท่านใด มีความสนใจหรือมีความต้องการในการปรับปรุงหรือพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำเสียและการจัดการน้ำ สามารถโทรมาขอคำปรึกษาได้ฟรี ที่ ยูบีเอ ฮอตไลน์ 02-7893232 ต่อ 127 ครับ พวกเรา ยูบีเอ ยินดีให้บริการ อย่างถูกต้องตามหลักการบริหารจัดการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ครับ

 

ขอขอบคุณ

ที่มาของบทความจาก : Dr.UBA, http://www.dlo.co.th/

รูปประกอบจาก : http://rewatersolutions.files.wordpress.com, http://2.bp.blogspot.com, http://www.kfactorfilter.com, http://media.treehugger.com

 

เทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสียเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ สำหรับน้ำเสียอุตสาหกรรม ตอน 2


เทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสียเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ สำหรับน้ำเสียอุตสาหกรรม ตอน 2

สวัสดีครับทุกท่าน กลับมาพบกันอีกครั้ง กับผม Dr.UBA ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำและน้ำเสีย ครับ วันนี้ เรามาต่อกันกับ ตอนที่ 2 ของบทความเรื่อง เทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสีย เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ สำหรับน้ำเสียอุตสาหกรรม กันนะครับ หลังจากที่เราได้นำเสนอ ตอนที่  1 ไปเมื่อ ครั้งที่แล้ว วันนี้ เราจะมาขยายความและทำความเข้าใจเรื่องนี้กันต่อนะครับ

 

น้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม เป็นสาเหตุหนึ่งในการทำให้เกิด ปัญหามลภาวะทางน้ำ ถึงแม้จะมีกฏหมาย ควบคุมก็ตาม หากการปล่อยน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมไม่ได้ มาตรฐานน้ำทิ้งของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ กำหนดไว้ ก็จะก่อให้เกิดปัญหาได้ ปัจจุบัน เทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสีย ได้เจริญก้าวหน้าไปมาก มีการนำเทคโนโลยี สมัยใหม่ มาใช้เพื่อ ปรับปรุงการพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสีย แบบดั้งเดิม ให้ดียิ่งชึ้นไปเรื่อย ๆ เช่น ตัวอย่าง ระบบ ของโรงงานแห่งหนึ่ง น้ำเสียที่บำบัดแล้วเหลือจากการรดน้ำต้นไม้ จะนำน้ำเสียส่วนนี้ มาเข้า ระบบ Recycle     ในระบบ Recycle ประกอบด้วย ระบบกรอง A/C ตามด้วย ระบบกรองแบบ MF จากนั้น น้ำที่ผ่านจะเข้าสู่ ระบบ RO และน้ำที่ผ่าน การบำบัดด้วย RO สามารถใช้ประโยชน์ในการผสมกับน้ำ Filtered และ น้ำ RO ในระบบบำบัดน้ำดี และใช้ในกระบวนการผลิตของทางโรงงานได้

ผลการศึกษาจากการบำบัดน้ำเสีย คือ น้ำทิ้ง และ ตะกอน ได้ถูกนำกลับมาใช้ใหม่  เช่น ตะกอนนำไปเป็น ปุ๋ยและถมที่ ส่วนน้ำทิ้งบางส่วนนำกลับไป รดน้ำต้นไม้ และ ใช้ในกระบวนการผลิตของโรงงาน ในด้านเศรษฐศาสตร์ มีความเป็นไปได้ของการลงทุน ให้ระยะคืนทุนในระยะเวลาอันสั้น ทำให้มีความ คุ้มค่าในการลงทุนครับ ยังไง หากผู้ประกอบการท่านใดสนใจจะทำ ระบบรีไซเคิ้ลน้ำ หรือ นำน้ำที่ผ่านการบำบัด กลับมาใช้ใหม่ก็สามารถ โทรมาปรึกาษากับผู้เชี่ยวชาญของยูบีเอ ได้ที่เบอร์ 02-7893232 นะครับ เรายินดีให้บริการทุกท่านครับ  แล้วพบกับผม Dr.UBA และบทความน่ารู้เรื่องการจัดการน้ำและน้ำเสียได้ใหม่ โอกาสหน้า สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ

 

ขอขอบคุณ

บทความจาก วิศวกร ผู้เชี่ยวชาญของบริษัท ยูบีเอ

รูปประกอบจาก http://www.chinaslaughter.comhttp://ssmgroup.comhttp://buildaroo.comhttp://www.thrashereng.com

 

เทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสียเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ สำหรับน้ำเสียอุตสาหกรรม ตอน 1


เทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสีย เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ สำหรับน้ำเสียอุตสาหกรรม ตอน 1

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน กลับมาพบกับผม Dr.UBA ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำและการบำบัดน้ำเสียกันอีกครั้งนะครับ วันนี้ เราจะมาพูดถึงการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ สำหรับน้ำเสียอุตสาหกรรมเพื่อลดต้นทุนในการผลิต กันนะครับ

น้ำเป็นปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตและยังเป็นปัจจัยที่มีความจำเป็นต่อกระบวนการผลิตใน ภาคอุตสาหกรรม เป็นที่ทราบกันว่าน้ำเป็นทรัพยากรที่มีปริมาณมากถึง 2 ใน 3 ของโลก  แต่มีปริมาณน้ำจืดเพียงร้อยละ 0.003 เท่านั้น ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง การขยายการลงทุนของภาคอุตสาหกรรม ทำให้ปริมาณความต้องการใช้น้ำมากขึ้น เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ เกิดภาวะขาดแคลนน้ำ เพราะน้ำเป็นทรัพยากรที่ไม่สามารถนำทรัพยากรอื่นมาใช้ทดแทนได้

เมื่อน้ำขาดแคลนถึงขั้นวิกฤต ทุกชีวิต และ ทุกอุตสาหกรรมต่างได้รับความเดือดร้อน คำถามที่ตามมา แล้วเราจะแก้ไขปัญหาอย่างไร? การแก้ไขปัญหาวิกฤตน้ำ เป็นหน้าที่ของประชาชน ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและหน่วยงานราชการหลักที่รับผิดชอบ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้นำเอามาตรการต่างๆ เข้ามาใช้ควบคุมและรณรงค์มากมาย เช่น มาตรการควบคุมการระบายน้ำทิ้งของภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม ออกสู่สิ่งแวดล้อม เพื่อลดปัญหาน้ำเสีย จนในที่สุดมีการชักชวนให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนำเอาน้ำที่ใช้แล้วกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่อีกครั้ง (Recycle) ด้วยการปรับปรุงคุณภาพของน้ำ (Water Reclamation) ให้เหมาะสมกับการใช้ประโยชน์ใหม่หรือก่อนปล่อยคืนสู่ สภาพแวดล้อม และการใช้น้ำหลายๆ ครั้ง (Water Reuse)  ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้น้ำให้มากที่สุด และ เป็นการลดปริมาณการปล่อยน้ำที่ใช้แล้วออกสู่ธรรมชาติได้อีกทาง

ยังไง อย่าลืมติดตามกันต่อกับตอนที่ 2 ของการเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสีย เพื่อนำกลับไปใช้ใหม่ สำหรับน้ำเสียอุตสาหกรรมกันในบทความหน้า สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ

ขอขอบคุณ

บทความดีๆ จาก Dr.UBA, http://www.uba.co.th/index_th.php

รูปประกอบจาก : http://watersavingadvice.nethttp://www.aceg.com.auhttp://eldoradoea.comhttp://www.flickr.com

เทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสียด้วยเมมเบรน ตอนที่ 2


เทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสียด้วยเมมเบรน ตอนที่ 2

สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน กลับมาพบกับผม Dr.UBA ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำและน้ำเสียกันอีกครั้งนะครับ หลังจากบทความที่แล้ว เราได้นำเสนอเรื่อง เทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสียด้วยเมมเบรน ตอนที่ 1 กันไปแล้ว วันนี้ เราจะมาต่อกันเลยกับ เทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสีย ด้วยเมมเบรน ตอนที่ 2 กันนะครับ

ในตอนที่ 2 นี้ เรามาทราบถึงคุณลักษณะพิเศษของระบบ MSAS เป็นรูปแบบของกระบวนการบำบัด เป็นแบบง่ายๆ ไม่ยุ่งยากซับซ้อน เมื่อเปรียบเทียบกับ AS ทั่วๆ ไป ซึ่ง คุณลักษณะพิเศษของระบบ MSAS มีดังนี้ครับ เจ้าระบบที่เราเรียกว่า MSAS นั้นเป็นระบบอัตโนมัติ ควบคุมระบบง่าย มีค่าใช้จ่ายต่ำมาก คือ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในส่วนของถังตกตะกอนในการบำบัดน้ำเสียแบบระบบตะกอนเร่ง  สามารถควบคุม F/M ratio ที่ต่ำได้ง่าย ช่วยแก้ปัญหาตะกอนลอยได้ และยังสามารถรับ Hydraulic loading สูงได้ ที่ 0.3 – 750 m3/d เนื่องจากมันสามารถรับ BOD loading สูงกว่าระบบตะกอนเร่งทั่วไป ทำให้ใช้ขนาดถัง Aeration ที่เล็กลงได้ น้ำที่ถูกบำบัดแล้วมีความเข้มข้นของ MLSS ต่ำมากสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้อีก เช่น น้ำล้างพื้น, น้ำล้างส้วม หรือใช้สำหรับรดน้ำต้นไม้ และเมื่อทำการเปรียบเทียบกับระบบตะกอนเร่งทั่วไปให้ได้เห็นกันว่าระบบเมมเบรนนี้ มีความพิเศษอย่างไร ดูได้จากตารางด้านล่างเลยครับ

จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ผมหวังว่าท่านผู้อ่านจะเข้าใจเรื่องเทคโนโลยีในการบำบัดน้ำเสียด้วยเมมเบรนกันมากขึ้นนะครับ หากท่านผู้ประกอบการท่านใดสนใจหรือต้องการบริการด้านการจัดการน้ำและการบำบัดน้ำเสียแบบครบวงจร สามารถโทรมาปรึกษาเราได้ฟรี ที่ ยูบีเอ Hotline: 02-7893232 หรือที่ info@uba.co.th นะครับ เรายินดีให้บริการทุกท่านด้วยรอยยิ้มและคุณภาพในการให้บริการครับ แล้วพบกับผม Dr.UBA ได้ใหม่ในโอกาสหน้า สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ

เครดิตรูปประกอบจาก

http://healthorharm.webs.com ,

http://www.braceforimpact.thomasalewis.com/Images/water%20pollution_china.jpg

เทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสียด้วยเมมเบรน ตอนที่ 1


เทคโนโลยี การบำบัดน้ำเสีย ด้วยเมมเบรน  ตอนที่ 1

สวัสดีครับทุกท่าน กลับมาพบกับผม Dr.UBA ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำและการบำบัดน้ำเสีย กันอีกครั้งนะครับ วันนี้ เรามีบทความเกี่ยวกับ การบำบัดน้ำเสีย เรื่อง เทคโนโลยี การบำบัดน้ำเสีย ด้วยเมมเบรน มาให้ได้อ่านกันนะครับ เรามาทำความรู้จักกับ การบำบัดน้ำเสีย ด้วยเมมเบรน กันเลยครับ

เทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสียด้วยเมมเบรน หรือ Membrane Separation Activated Sludge  (MSAS) เป็น การบำบัดน้ำเสียทางชีวภาพ อย่างหนึ่ง มีหลักการคล้ายระบบตะกอนเร่งทั่วไป   แต่มีการทำงานของเมมเบรนร่วมด้วย กล่าวคือ การลดมลสารอินทรีย์ที่มีอยู่ในน้ำเสียให้มากที่สุด ด้วยวิธีทางชีวภาพ ที่อาศัยจุลินทรีย์ชนิดใช้ ออกซิเจน เป็นตัวย่อยสลายสารอินทรีย์ ให้กลายเป็น CO2, น้ำ, พลังงาน และ เซลล์จุลินทรีย์ และ เมื่อน้ำเสียถูกบำบัดแล้วจะถูกดูด (Suction) ผ่านเมมเบรน โดย Suction  Pump

โดยทั่วไปแล้วการบำบัดด้วยวิธี MSAS หากสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ได้ดี ประสิทธิภาพในการทำงานของระบบจะสูงกว่าร้อยละ 90 ภายในระยะเวลาอันสั้นและน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้ว สามารถระบายลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติได้โดยไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสภาพแวดล้อม

ซึ่งระบบ MSAS นี้ สามารถใช้ได้ดีกับน้ำเสียประเภทโรงงานอุตสาหกรรม (Industrial wastewater) และน้ำเสียชุมชน (Domestic wastewater) เช่นเดียวกับระบบตะกอนเร่งทั่วไป เช่น น้ำเสียจากอุตสาหกรรมประเภทอาหารและยา หรือ น้ำเสียจากอาคารบ้านเรือน โรงแรม ภัตตาคาร เป็นต้น แต่น้ำเสียที่จะถูกพิจารณาใช้ในระบบ MSAS ได้นั้น ต้องมีน้ำมันหรือไขมันในปริมาณที่ไม่สูงเกินไปนัก เพราะอาจมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของเมมเบรนได้ นอกจากนี้น้ำที่ถูกบำบัดด้วยระบบ MSAS แล้ว ยังสามารถนำกลับไปใช้ประโยชน์อื่นๆได้อีกด้วย

เป็นอย่างไรบ้างครับ ตอนนี้ ผมคิดว่าทุกท่าน พอจะเริ่มเข้าใจและรู้จักกับ การบำบัดน้ำเสียด้วยเทคโนโลยีเมมเบรน กันบ้างแล้วนะครับ แล้วพบกับ บทความเรื่อง  เทคโนโลยี การบำบัดน้ำเสีย ด้วยเมมเบรน  ตอนที่ 2 ได้ในบทความครั้งต่อไป ยังไงก็อย่าลืมติดตามกันนะครับ สำหรับวันนี้ ผม Dr.UBA ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำและการบำบัดน้ำเสียต้องลาไปก่อน พบกันใหม่โอกาสหน้า สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ

หากท่านผู้ประกอบการท่านใด มีปัญหาเรื่องการจัดการน้ำและการบำบัดน้ำเสีย สามารถโทรมาปรึกษาเราได้ที่ UBA Hotline: 02-7893232 นะครับ เรามีทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำแนะนำและให้บริการครับ

ขอขอบคุณ

รูปประกอบจาก http://www.google.com

บำบัดน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยระบบไอที ตอนที่ 2


บำบัดน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยระบบไอที ตอนที่ 2

สวัสดีครับ ทุกท่าน กลับมาพบกับผม Dr.UBA ผู้เชี่ยวชาญด้าน ระบบบำบัดน้ำเสีย กันอีกครั้งนะครับ หลังจากบทความที่แล้ว ผมได้นำเสนอเรื่อง การบำบัดน้ำเสีย อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยระบบไอที ตอนที่ 1 ที่พูดถึง ภาพรวมของการนำระบบไอที ไปใช้ ในการ บำบัดน้ำเสีย และเทคโนโลยี ที่เรา เรียกว่า OMSoft ไปแล้ว วันนี้ผมจะมาต่อ เรื่องประโยชน์ที่เราได้รับ จากการนำ ระบบไอที มาใช้ในการบำบัดน้ำเสีย และสรุปภาพรวมในวงกว้างของ การบำบัดน้ำเสีย ยุคใหม่ ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการ ครับ

ปัจจุบัน ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้รับการพัฒนาไปอย่างมาก ทำให้เราสารถใช้ประโยชน์ต่างๆ ได้มากมาย จากการพัฒนาด้านระบบสารสนทศ ครับ การบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสีย ก็เช่นกัน เราสามารถ นำระบบไอที มาใช้ ในการบริหารจัดการข้อมูล ของระบบบำบัดน้ำเสีย ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น การลดต้นทุนในการดำเนินงาน, การลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจาก Human Errors, การลดเวลาในการออกใบสั่งงาน, การลดเวลาในการจัดทำรายงานผลการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสีย, การเรียกดูข้อมูลแบบ เรียลไทม์ ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตได้ทุกที่ ทุกเวลา, การลดภาระของวิศวกรในการจัดทำข้อมูลรายงานต่างๆ ทำให้วิศวกร มีเวลามากขึ้นในการทำงานอย่างอื่น เป็นต้น ซึ่งประโยชน์ต่างๆ เหล่านี้ คือสิ่งที่เกิดขึ้นจากการนำระบบไอที เข้ามาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการน้ำและน้ำเสีย สำหรับโรงงานหรือสถานประกอบการของท่าน

โลกในยุคปัจจุบัน การบริหารจัดการต้นทุน คือ สิ่งที่สำคัญและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจ ดังนั้น หากเรานำระบบไอที เข้ามาประยุกต์ใช้ในการทำงาน การบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสีย แล้ว ย่อมส่งผลให้ต้นทุนในการบริหารจัดการลดลงอย่างมาก แถมยังเสริมสร้างประสิทธิภาพของระบบและไม่ก่อให้เกิด ปัญหาค่าน้ำไม่ผ่าน อีกด้วย ดังนั้น หากผู้ประกอบการท่านใดสนใจจะนำ เทคโนโลยี OMSoft ไปใช้กับ ระบบบำบัดน้ำเสีย ของท่าน ก็สามารถ โทรมาสอบถามและขอรับบริการได้ที่ UBA Hotline : 02-7893232 หรือเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.omsofts.com ครับ  แล้วพบกับผม Dr.UBA ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำและน้ำเสีย ได้ใหม่ โอกาสหน้า สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ

ขอขอบคุณ

รูปประกอบบทความจาก http://www.google.com

บำบัดน้ำเสีย อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยระบบไอที ตอนที่ 1


บำบัดน้ำเสีย อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยระบบไอที ตอนที่ 1

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านทุกท่าน กลับมาพบกับผม Dr.UBA ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำและน้ำเสีย กันอีกครั้งนะครับ วันนี้ ผมมีบทความที่น่าสนใจ เรื่อง การนำ เทคโนโลยีสารสนเทศ มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการน้ำและน้ำเสีย มาแนะนำครับ

โลกในยุคปัจจุบัน กลายเป็นโลกที่เล็กลง ผู้คนสื่อสารกันได้อย่างรวดเร็ว ผ่านระบบเทคโนโลยีอันทันสมัย จากระบบอินเตอร์เน็ต ทำให้เกิดการวิจัยและพัฒนาในการนำประโยชน์ของ IT มาใช้ในการทำงานด้านต่างๆมากมาย การจัดการระบบบำบัดน้ำเสียก็เช่นกัน การนำเทคโนโลยีด้านไอทีเข้ามาประยุกต์ใช้ในการบำบัดน้ำเสีย สามารถสร้างประสิทธิภาพในการบริหารจัดการได้เป็นอย่างดี ซึ่งวันนี้ ผมจะนำเสนอให้ผู้อ่านเข้าใจในเบื้องต้น ว่า เราสามารถ นำระบบ ไอที มาใช้ในการบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสียได้อย่างไร

ก่อนอื่น เรามาดูก่อนว่า การทำงานหลักๆของระบบบำบัดน้ำเสียในปัจจุบันนั้น มีการบันทึกข้อมูลในรูปแบบของเอกสารเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ ใบสั่งงาน ใยรายงานผลการวัดค่าน้ำ การทำงานของเครื่องจักร และอื่นๆ ซึ่งการประมวลผลและการรายงานผล ต้องใช้เวลาเป็นอย่างมาก ซึ่งบางครั้ง กว่าเราจะรับรู้ถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับระบบบำบัดน้ำเสียของเรา ก็สายเกินแก้และต้องเสียเงินในการแก้ปัญหาซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนในการผลิตอีกด้วย ดังนั้น ระบบไอที สามารถเข้ามาช่วยลดค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น ด้วยการ บริหารจัดการข้อมูลของระบบบำบัดน้ำเสียแบบเรียลไทม์ ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งเราเรียกเทคโนโลยี นี้ว่า OMSoft ซึ่งเจ้า OMSoft นี้ ได้รับการวิจัยและพัฒนาโดยบริษัทยูบีเอ การทำงานหลักของ OMSoft ก็จะมีหน้าที่ในการสร้างใบสั่งงานให้พนักงานสามารถนำไปใช้ในการบันทึกข้อมูล การเรียกดูข้อมูลและจัดทำรายงานแบบเรียลไทม์ ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาและขั้นตอนในการทำงาน ทำให้ทราบถึงสาเหตุและสังเกตเห็นปัญหาได้ทันท่วงที ซึ่งโปรแกรมบริหารจัดการข้อมูลระบบบำบัดน้ำเสียนี้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการลดต้นทุนในการบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากผู้ประกอบการท่านใดสนใจเกี่ยวกับระบบ OMSoft สามารถ เข้าไปดูข้อมูลได้ที่ www.omsofts.com

 

จากตัวอย่างที่ผมได้ยกมานำเสนอ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการนำระบบไอที มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสียเท่านั้น ซึ่งในครั้งหน้า ผมจะพูดถึงประโยชน์ที่เราได้รับ จากการนำ ระบบไอที มาใช้ในการบำบัดน้ำเสีย และสรุปภาพรวมในวงกว้างให้ฟังอีกครั้งหนึ่งนะครับ แล้วพบกับผม Dr.UBA ได้ใหม่ โอกาสหน้า สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ

 

ขอขอบคุณ

บทความจาก Dr.UBA : http://www.uba.co.th

รูปประกอบจาก http://www.google.com

การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ตอนที่ 2


การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ตอนที่ 2

ในตอนที่แล้ว Dr.UBA ได้พูดถึงการใช้เทคโนโลยีสำหรับการทำรีไซเคิลน้ำไปแล้ว ในตอนนี้เรามาดูตัวอย่างโครงการที่มีการลงทุนระบบการทำรีไซเคิลน้ำ โดยอาศัยหลักของการบริหารจัดการน้ำเข้ามาประยุกต์ใช้ ลองดูบทความ ตัวอย่างของการบริหารจัดการน้ำของห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิตค่ะ

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าการบริหารจัดการน้ำนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละที่ ไม่จำเป็นว่าจะต้องใช้เทคโนโลยีแบบเดียวกัน หรือนำน้ำมาใช้  ในการทำการรีไซเคิลน้ำอาจไม่ต้องลงทุนในระบบแบบเดียวกันเสมอไป แต่หลักการของการใช้น้ำ การบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต้องอาศัยหลัก 3R นั่น คือ Reduce Reuse Recycle ทั้งนี้ต้องดูความต้องการน้ำใช้ คุณภาพน้ำและที่สำคัญคือความคุ้มค่าในการลงทุน

สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงในการลงทุนในระบบรีไซเคิลน้ำ คือต้นทุนของระบบรีไซเคิลค่าใช้จ่ายในการเดินระบบและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาก่อนการลงทุนต้องลองนำ ค่าใช้จ่ายที่ประหยัดไปจากการใช้น้ำรีไซเคิล มาเปรียบเทียบกับต้นทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมที่ต้องลงทุนมาคำนวณระยะเวลาการคืนทุน การทำรีไซเคิลน้ำรวมไปถึงบริหารจัดการน้ำที่ดีนอกจากการประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับองค์กรแล้ว ยังสามารถเพิ่มภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ของศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต

โดย จรรยา ไตรรัตน์  วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ, เกษริน เกียรติกุลไพบูลย์  นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ, มณี แก้วยอด  นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ, ชวลิต เพชรภิรมย์  นายช่างโยธาชำนาญงาน

แนวคิดในด้านการบริหารจัดการน้ำ Water Management 

บริษัทฯ มีแนวคิดในการทำโครงการด้านการจัดการน้ำเสียกลับมาใช้ซ้ำ ตั้งแต่เริ่มสร้างอาคาร โดยไม่ได้เน้นการประหยัดเป็นสำคัญ แต่เน้นหลักการอนุรักษ์คือใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด ลดการสูญเสีย และนำกลับมาใช้ได้ใหม่ เพื่อให้เป็นศูนย์การค้าที่ก้าวไปสู่การอนุรักษ์ที่มากขึ้น (Future Park Goes Greener) โดยมียุทธศาสตร์ในการ

  • รับผิดชอบต่อสังคม CSR (Cooperate Social Responsibility)
  • สร้างภาพลักษณ์ที่ดีในการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภท
    • Reduce เป็นการลดทรัพยากรให้น้อยลง
    • Reuse เป็นการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า และมีการนำกลับมาใช้ซ้ำ
    • Recycle เป็นการนำสิ่งของที่ไม่ใช้ไปผ่านกรรมวิธีแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ เช่น การจัดการขยะ มีการแยกถังขยะ มีการจัดพื้นที่เป็นลานตลาดนัดซื้อขายขยะสำหรับร้านค้าในศูนย์การค้ากับผู้รับซื้อขยะทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์

ด้านการจัดการน้ำ บริษัทฯซื้อน้ำประปา จากการประปาส่วนภูมิภาค (การประปารังสิต) โดยรับน้ำประปาจากท่อประปาด้านถนนพหลโยธิน และด้านถนนรังสิต-นครนายก เพื่อความมั่นใจว่าจะมีน้ำเข้าระบบในปริมาณที่พอเพียงหรือในกรณีฉุกเฉิน
        วิธีการดำเนินการ
การจัดการระบบน้ำดี จะแยกถังเก็บน้ำสำหรับการใช้น้ำ 3 ประเภท ได้แก่ น้ำสำหรับใช้ทั่วไป (CW) น้ำสำหรับใช้ดับเพลิง และน้ำสำหรับหล่อเย็น (Cooling Tower)ปริมาณการใช้น้ำเฉลี่ย 1,026 ลบ.ม./วัน แยกเป็นในส่วนของ

  •  ร้านค้า 800 ลบ.ม./วัน คิดเป็น 74 %
  •  อื่นๆ เช่น อ่างล้างหน้า สำนักงาน 226 ลบ.ม./วัน คิดเป็น 26 %
      ส่วนน้ำเสียของศูนย์การค้าทั้งหมดมาจาก
  •  ร้านค้าภายในศูนย์การค้า
  •  ห้องน้ำภายในศูนย์ฯ และสำนักงาน
  •  น้ำเสียจากห้างสรรพสินค้าต่างๆ โรบินสัน เซ็นทรัล บิ๊กซี ฯลฯ.
    ระบบบำบัดน้ำเสีย ขั้นต้นเป็นแบบ Activated Sludge ประกอบด้วย Equalization Tank/Aeration Tank/Sedimentation Tank ระบบบำบัดน้ำเสีย  

ขั้นที่สอง เป็นถังกรองด้วยทรายกรอง และ Activated Carbon น้ำบางส่วนนำมาบำบัดต่อด้วยเมมเบรนประเภท Ultra filtration เพื่อเข้าระบบน้ำหล่อเย็น

ตะกอนที่ได้จะถูกนำมารีดน้ำ  จนได้ตะกอนที่บรรจุในภาชนะเพื่อจะนำไปใช้ประโยชน์อื่นๆ ต่อไป

น้ำเสียที่เข้าระบบบำบัดปริมาณเฉลี่ย 935 ลบ.ม./วัน เมื่อนำไปผ่านระบบบำบัดแล้วสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ใหม่ เป็นน้ำ รีไซเคิล โดยแบ่งเป็นน้ำที่ใช้กับ

  •  ห้องน้ำ ปริมาณน้ำเฉลี่ย 321 ลบ.ม./วัน(ใช้เฉพาะกับโถส้วมเท่านั้น) คิดเป็น 34.33 %
  •  ระบบหล่อเย็น ปริมาณน้ำเฉลี่ย 442 ลบ.ม./วัน คิดเป็น 47.27 %
  •  รดน้ำต้นไม้ ปริมาณน้ำเฉลี่ย 50 ลบ.ม./วัน คิดเป็น 5.33%
  •  น้ำที่ทิ้งลงรางสาธารณะ ปริมาณน้ำเฉลี่ย 8 ลบ.ม./วัน
    น้ำที่นำกลับมาใช้ซ้ำผ่านเกณฑ์การวิเคราะห์คุณภาพน้ำ โดยเจ้าหน้าที่ของกรมชลประทาน จะมาเก็บตัวอย่างน้ำไปทดสอบ บริษัท เอสเท็ค เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด เป็นผู้ควบคุมคุณภาพน้ำและรายงานผล

ผลลัพธ์ที่ได้

การก้าวไปสู่จุดมุ่งหมายที่บริษัทฯคาดหวังไว้ คือ Future Park Goes Greener และ CSR ดังกล่าวข้างต้น สามารถประหยัดปริมาณน้ำประปาที่ต้องซื้อจากการประปารังสิต ถึงปีละ 285.6 ล้านลิตร (ต้นทุนการทำน้ำรีไซเคิลเฉลี่ยประมาณ 6 บาท/ลบ.ม. ในขณะที่ค่าน้ำประปาราคาเฉลี่ยประมาณ 23.56 บาท/ลบ.ม.) คิดเป็นมูลค่าน้ำที่ประหยัดได้ประมาณ 6.7 ล้านบาท/ปี นอกเหนือไปจากความภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนในการรับผิดชอบต่อสังคม การอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นตัวอย่างของความตั้งใจของผู้บริหารและวิสัยทัศน์ที่ยาวไกลอย่างแท้จริง

ขอขอบคุณ

ข้อมูลจาก http://www.prapathai.com

รูปประกอบจาก https://www.google.co.th

กฎหมายเกี่ยวกับการจัดการมลพิษทางน้ำ ที่ผู้ประกอบการควรรู้ (Thailand Water Pollution Laws)


กฎหมายเกี่ยวกับการจัดการมลพิษทางน้ำที่ผู้ประกอบการควรรู้ (Thailand Water Pollution Laws

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านทุกท่าน กลับมาพบกับผม Dr.UBA ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการบริหารจัดการน้ำและน้ำเสียแบบครบวงจร กันอีกครั้งนะครับ วันนี้ ผมจะมาพูดถึง ความสำคัญและข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวกับการจัดการมลพิษทางน้ำ ซึ่งมีความสำคัญและเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการควรรู้เป็นอย่างยิ่งนะครับ

จะเห็นได้ว่า ปัจจุบัน สื่อและหลายๆหน่วยงานในสังคม ได้ให้ความสำคัญกับ การจัดการน้ำและน้ำเสีย มากขึ้น แต่ก็มีผู้ประกอบการอีกหลายแห่งที่ยังลักลอบนำน้ำเสียที่ไม่ผ่านการบำบัดมาทิ้งหรือปล่อยลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ สร้างความเสียหายต่อระบบสิ่งแวดลล้อม ชุมชนและสังคม รวมทั้งผลกระทบในระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นอีกด้วย ดังนั้น ถึงเวลาแล้ว ที่ทุกภาคส่วนต้องหันมาใส่ใจและจริงจัง กับการบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสียและการจัดการมลพิษทางน้ำ อย่างถูกวิธีและถูกกฎหมาย กันนะครับ จากข้อมูลที่ได้รวบรวมมาจากหลายๆหน่วยงาน สามารถสรุปได้ว่า

ปัจจุบัน ประเทศไทยของเรา มี กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการมลพิษทางน้ำ ดังนี้

  1. พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535
  2. กฏกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2539) ออกตามความในพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535
  3. กฎกระทรวงฉบับที่ 3 ออกตามความในพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535
  4. กฎกระทรวงฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2535) ออกตาม ความในพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535
  5. ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการกำหนดและขนาดโรงงาน การกำหนดวิธีการควบคุมการปล่อยของเสียมลพิษหรือสิ่งใดๆ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การกำหนดคุณสมบัติของผู้ดูแล ผู้ปฎิบัติงานประจำ และหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนผ็ควบคุมดูแลสำหรับระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมเป็นพิษพ.ศ.2545
  6. ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการจัดทำรายงานชนิดและปริมาณสารมลพิษที่ระบายออกจากโรงงานพ.ศ. ๒๕๕๐
  7. ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องมาตรการควบคุมปริมาณความสกปรกของน้ำทิ้งจากภาคอุตสาหกรรมเพื่อฟื้นฟูคุณภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา พ.ศ.2551
  8. ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ ๓๔๗๐ (พ.ศ. ๒๕๔๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมพ.ศ. ๒๕๑๑ เรื่อง ยกเลิกมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม น้ำบริโภค เล่ม 1 ข้อกำหนดเกณฑ์คุณภาพ และกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมน้ำบริโภค
  9. ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องหลักเกณฑ์การสั่งให้หยุดประกอบกิจการโรงงานกรณีมีการระบายน้ำทิ้งออกจากโรงงานพ.ศ.2546
  10. ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง หลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบให้โรงงานที่ต้องมีระบบบำบัด น้ำเสียต้องติดตั้งเครื่องมือหรือเครื่องอุปกรณ์พิเศษและเครื่องมือ หรือเครื่องอุปกรณ์เพิ่มเติม พ.ศ. 2550
  11. ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การจัดทำรายงานชนิดและปริมาณสารมลพิษที่ระบายออกจากโรงงาน พ.ศ. 2550
  12. ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดให้โรงงานที่ต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียต้องติดตั้งเครื่องมือหรือเครื่องอุปกรณ์พิเศษและเครื่องมือหรือเครื่องอุปกรณ์เพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2549
  13. ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดให้โรงงานที่ต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียต้องติดตั้งเครื่องมือหรือเครื่องอุปกรณ์พิเศษและเครื่องมือหรือเครื่องอุปกรณ์เพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548
  14. ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดให้โรงงานที่ต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียต้องติดตั้งเครื่องมือ หรือเครื่องอุปกรณ์พิเศษและเครื่องมือหรือเครื่องอุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติม พ.ศ. 2547
  15. ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดคุณลักษณะของน้ำทิ้งที่ระบายออกจากโรงงาน ให้มีค่าแตกต่างจากที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 2 เรื่อง กำหนดคุณลักษณะของน้ำทิ้งที่ระบายออกจากโรงงาน
  16. ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดคุณลักษณะของน้ำทิ้งที่ระบายออกจากโรงงาน
  17. ประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่อง การกำหนดอัตราค่าปรับสำหรับการระบายน้ำทิ้งออกจากโรงงานที่มีลักษณะไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมออกตามความในพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535
  18. ประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่อง การกำหนดอัตราค่าปรับสำหรับการระบายน้ำทิ้งออกจากโรงงาน หรือนำขยะอุตสาหกรรมออกไปบำบัดหรือกำจัดโดยไม่ถูกต้องตามข้อกำหนด พ.ศ.2548 ประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดประเภทหรือชนิดของโรงงานที่ต้องจัดทำรายงานชนิดและปริมาณสารมลพิษที่ระบายออกจากโรงงาน พ.ศ. ๒๕๕๑
  19. ประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่อง คุณสมบัติของบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมประจำ โรงงาน
  20. ประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม การฝึกอบรมและการสอบมาตรฐาน พ.ศ.2547
  21. ประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่อง การกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. ๒๕๔๘

ซึ่งกฎหมายที่กล่าวมาข้างต้นนี้ มีความเกี่ยวข้องกับการจัดการมลพิษทางน้ำและการบำบัดน้ำเสียอย่างยิ่ง ดังนั้น จึงถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญและทำความเข้าใจ พร้อมทั้งปฏิบัติตามข้อกฎหมายและระเบียบต่างๆที่วางไว้ เผื่อป้องกันผลเสียและปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากการละเลย ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายในอนาคต

สุดท้ายนี้ หากท่านผู้ประกอบการท่านใด มีข้อสงสัยหรือต้องการคำปรึกษาด้านการพัฒนาปรับปรุงหรือบริหารจัดการระบบำบัดน้ำเสียอย่างถูกต้องตามหลักกฎหมายด้านการจัดการมลพิษทางน้ำ สามารถโทรมาขอคำปรึกษา จากทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำและน้ำเสีย ของ ยูบีเอ ได้ที่เบอร์ 02-7893232 หรือที่ info@uba.co.th  เพราะเราเชื่อว่า การเติบโตทางธุรกิจที่ยั่งยืน ย่อมมาจากการใส่ใจสิ่งแวดล้อมและให้ความสำคัญกับกฎหมายและข้อกำหนดต่างๆ สุดท้ายนี้ ผม Dr.UBA ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำและน้ำเสีย แบบครบวงจร ต้องขอลาไปก่อน แล้วพบกันได้ใหม่ โอกาสหน้า สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ

ขอขอบคุณ

ข้อมูลประกอบบทความจาก : http://www2.diw.go.th/PIC/law_02.html

รูปประกอบจาก : http://www.utilities-me.com, http://www.globaltimes.cn, http://thelaw.tv, http://www.un-naturalgas.org