การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ตอนที่ 2

ในตอนที่แล้ว Dr.UBA ได้พูดถึงการใช้เทคโนโลยีสำหรับการทำรีไซเคิลน้ำไปแล้ว ในตอนนี้เรามาดูตัวอย่างโครงการที่มีการลงทุนระบบการทำรีไซเคิลน้ำ โดยอาศัยหลักของการบริหารจัดการน้ำเข้ามาประยุกต์ใช้ ลองดูบทความ ตัวอย่างของการบริหารจัดการน้ำของห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิตค่ะ

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าการบริหารจัดการน้ำนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละที่ ไม่จำเป็นว่าจะต้องใช้เทคโนโลยีแบบเดียวกัน หรือนำน้ำมาใช้  ในการทำการรีไซเคิลน้ำอาจไม่ต้องลงทุนในระบบแบบเดียวกันเสมอไป แต่หลักการของการใช้น้ำ การบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต้องอาศัยหลัก 3R นั่น คือ Reduce Reuse Recycle ทั้งนี้ต้องดูความต้องการน้ำใช้ คุณภาพน้ำและที่สำคัญคือความคุ้มค่าในการลงทุน

สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงในการลงทุนในระบบรีไซเคิลน้ำ คือต้นทุนของระบบรีไซเคิลค่าใช้จ่ายในการเดินระบบและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาก่อนการลงทุนต้องลองนำ ค่าใช้จ่ายที่ประหยัดไปจากการใช้น้ำรีไซเคิล มาเปรียบเทียบกับต้นทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมที่ต้องลงทุนมาคำนวณระยะเวลาการคืนทุน การทำรีไซเคิลน้ำรวมไปถึงบริหารจัดการน้ำที่ดีนอกจากการประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับองค์กรแล้ว ยังสามารถเพิ่มภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ของศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต

โดย จรรยา ไตรรัตน์  วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ, เกษริน เกียรติกุลไพบูลย์  นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ, มณี แก้วยอด  นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ, ชวลิต เพชรภิรมย์  นายช่างโยธาชำนาญงาน

แนวคิดในด้านการบริหารจัดการน้ำ Water Management 

บริษัทฯ มีแนวคิดในการทำโครงการด้านการจัดการน้ำเสียกลับมาใช้ซ้ำ ตั้งแต่เริ่มสร้างอาคาร โดยไม่ได้เน้นการประหยัดเป็นสำคัญ แต่เน้นหลักการอนุรักษ์คือใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด ลดการสูญเสีย และนำกลับมาใช้ได้ใหม่ เพื่อให้เป็นศูนย์การค้าที่ก้าวไปสู่การอนุรักษ์ที่มากขึ้น (Future Park Goes Greener) โดยมียุทธศาสตร์ในการ

  • รับผิดชอบต่อสังคม CSR (Cooperate Social Responsibility)
  • สร้างภาพลักษณ์ที่ดีในการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภท
    • Reduce เป็นการลดทรัพยากรให้น้อยลง
    • Reuse เป็นการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า และมีการนำกลับมาใช้ซ้ำ
    • Recycle เป็นการนำสิ่งของที่ไม่ใช้ไปผ่านกรรมวิธีแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ เช่น การจัดการขยะ มีการแยกถังขยะ มีการจัดพื้นที่เป็นลานตลาดนัดซื้อขายขยะสำหรับร้านค้าในศูนย์การค้ากับผู้รับซื้อขยะทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์

ด้านการจัดการน้ำ บริษัทฯซื้อน้ำประปา จากการประปาส่วนภูมิภาค (การประปารังสิต) โดยรับน้ำประปาจากท่อประปาด้านถนนพหลโยธิน และด้านถนนรังสิต-นครนายก เพื่อความมั่นใจว่าจะมีน้ำเข้าระบบในปริมาณที่พอเพียงหรือในกรณีฉุกเฉิน
        วิธีการดำเนินการ
การจัดการระบบน้ำดี จะแยกถังเก็บน้ำสำหรับการใช้น้ำ 3 ประเภท ได้แก่ น้ำสำหรับใช้ทั่วไป (CW) น้ำสำหรับใช้ดับเพลิง และน้ำสำหรับหล่อเย็น (Cooling Tower)ปริมาณการใช้น้ำเฉลี่ย 1,026 ลบ.ม./วัน แยกเป็นในส่วนของ

  •  ร้านค้า 800 ลบ.ม./วัน คิดเป็น 74 %
  •  อื่นๆ เช่น อ่างล้างหน้า สำนักงาน 226 ลบ.ม./วัน คิดเป็น 26 %
      ส่วนน้ำเสียของศูนย์การค้าทั้งหมดมาจาก
  •  ร้านค้าภายในศูนย์การค้า
  •  ห้องน้ำภายในศูนย์ฯ และสำนักงาน
  •  น้ำเสียจากห้างสรรพสินค้าต่างๆ โรบินสัน เซ็นทรัล บิ๊กซี ฯลฯ.
    ระบบบำบัดน้ำเสีย ขั้นต้นเป็นแบบ Activated Sludge ประกอบด้วย Equalization Tank/Aeration Tank/Sedimentation Tank ระบบบำบัดน้ำเสีย  

ขั้นที่สอง เป็นถังกรองด้วยทรายกรอง และ Activated Carbon น้ำบางส่วนนำมาบำบัดต่อด้วยเมมเบรนประเภท Ultra filtration เพื่อเข้าระบบน้ำหล่อเย็น

ตะกอนที่ได้จะถูกนำมารีดน้ำ  จนได้ตะกอนที่บรรจุในภาชนะเพื่อจะนำไปใช้ประโยชน์อื่นๆ ต่อไป

น้ำเสียที่เข้าระบบบำบัดปริมาณเฉลี่ย 935 ลบ.ม./วัน เมื่อนำไปผ่านระบบบำบัดแล้วสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ใหม่ เป็นน้ำ รีไซเคิล โดยแบ่งเป็นน้ำที่ใช้กับ

  •  ห้องน้ำ ปริมาณน้ำเฉลี่ย 321 ลบ.ม./วัน(ใช้เฉพาะกับโถส้วมเท่านั้น) คิดเป็น 34.33 %
  •  ระบบหล่อเย็น ปริมาณน้ำเฉลี่ย 442 ลบ.ม./วัน คิดเป็น 47.27 %
  •  รดน้ำต้นไม้ ปริมาณน้ำเฉลี่ย 50 ลบ.ม./วัน คิดเป็น 5.33%
  •  น้ำที่ทิ้งลงรางสาธารณะ ปริมาณน้ำเฉลี่ย 8 ลบ.ม./วัน
    น้ำที่นำกลับมาใช้ซ้ำผ่านเกณฑ์การวิเคราะห์คุณภาพน้ำ โดยเจ้าหน้าที่ของกรมชลประทาน จะมาเก็บตัวอย่างน้ำไปทดสอบ บริษัท เอสเท็ค เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด เป็นผู้ควบคุมคุณภาพน้ำและรายงานผล

ผลลัพธ์ที่ได้

การก้าวไปสู่จุดมุ่งหมายที่บริษัทฯคาดหวังไว้ คือ Future Park Goes Greener และ CSR ดังกล่าวข้างต้น สามารถประหยัดปริมาณน้ำประปาที่ต้องซื้อจากการประปารังสิต ถึงปีละ 285.6 ล้านลิตร (ต้นทุนการทำน้ำรีไซเคิลเฉลี่ยประมาณ 6 บาท/ลบ.ม. ในขณะที่ค่าน้ำประปาราคาเฉลี่ยประมาณ 23.56 บาท/ลบ.ม.) คิดเป็นมูลค่าน้ำที่ประหยัดได้ประมาณ 6.7 ล้านบาท/ปี นอกเหนือไปจากความภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนในการรับผิดชอบต่อสังคม การอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นตัวอย่างของความตั้งใจของผู้บริหารและวิสัยทัศน์ที่ยาวไกลอย่างแท้จริง

ขอขอบคุณ

ข้อมูลจาก http://www.prapathai.com

รูปประกอบจาก https://www.google.co.th