สวัสดีค่ะทุกๆท่าน กลับมาพบกับดิฉัน Dr.UBA กันอีกครั้งนะคะ หลังจากเมื่อครั้งที่แล้ว ได้ นำเสนอ บทความ เรื่อง น้ำท่วม ปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซาก เพราะอะไร? ไปแล้วนั้น วันนี้ Dr.UBA ขอนำเสนอ โครงการบำบัดน้ำเสียแหลมผักเบี้ย ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริ มาให้รับทราบกันค่ะ

….ปัญหาสำคัญคือเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องน้ำเสียกับขยะได้ศึกษามาแล้วเหมือนกันทำไม่ยากนัก ในทางเทคโนโลยีทำได้แล้วในเมืองไทยเองก็ทำได้หาเทคโนโลยีจากต่างประเทศมาแล้วทำในเมืองไทยก็ทำได้หรือจะจ้างบริษัทต่างประเทศมาทำก็ได้นี่แหละปัญหาเดียวกันเดี๋ยวนี้กำลังคิดจะทำแต่ติดอยู่ที่ที่จะทำ….

พระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่อัญเชิญมานี้คือที่มาของ”โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ด้วยทรงตระหนักดีว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมมีผลกระทบเป็นอย่างมากและนับวันปัญหานี้ได้ทับถมทวีคูณมากยิ่งขึ้นส่งผลต่อการดำรงชีพของประชาชนทั้งหลายที่ต้องประสบกับภาวะวิกฤตที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมอย่างรุนแรงและรวดเร็ว

พื้นที่ที่ถูกคัดเลือกให้เป็นพื้นที่ดำเนินการโครงการเพื่อสนองพระราชดำริคือพื้นที่สาธารณประโยชน์ของจังหวัดเพชรบุรีประมาณ 642 ไร่ ตั้งอยู่ในบริเวณตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี

โดยมีแนวทางหลักๆในการบำบัดน้ำเสีย ดังนี้

  1. การบำบัดน้ำเสียด้วยระบบพื้นที่ชุ่มน้ำเทียม

เป็นการบำบัดน้ำเสียโดยการทำแปลงหรือทำบ่อเพื่อกักเก็บน้ำเสียที่รวบรวมได้จากชุมชน และปลูกพืชน้ำที่ผ่านการคัดเลือกแล้ว ว่าเหมาะสมที่สุด 2 ชนิด คือกกกลม(กกจันทบูรณ์) (Cyperus Corymbosus Rottb.) และ ธูปฤาษี (Typha angustifolia Linn.) ช่วยในการบำบัดน้ำเสียโดยมีลักษณะ

การให้น้ำเสีย 2 ระบบ คือระบบปิดเป็นระบบที่ให้น้ำเสียขังได้ในระดับหนึ่งและมีการระบายน้ำเสียเติมลงในระบบทุกวันและระบบเปิดเป็นระบบที่ให้น้ำเสียลงสู่ระบบบำบัดอย่างต่อเนื่องน้ำเสียใหม่เข้าไปดันน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดออกจากระบบให้ไหลล้นทางระบายน้ำหรือทางระบบท่อใต้ดินสู่แหล่งน้ำ ธรรมชาติซึ่งมีระยะเวลาในการพักน้ำเสีย 1 วัน และพืชที่ปลูกสามารถตัดออกเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้

  1. การบำบัดน้ำเสียด้วยระบบพืชกรองน้ำเสีย

เป็นการบำบัดน้ำเสียโดยการทำแปลงหรือทำบ่อเพื่อกักเก็บน้ำเสียที่รวบรวมได้จากชุมชนและ ปลูกพืชที่ผ่านการคัดเลือกว่า เหมาะสม 3 ชนิด คือ ธูปฤาษีกกกลม (กกจันทบูรณ์) และหญ้าแฝก อินโดนีเซียช่วยในการบำบัดน้ำเสียโดยมีลักษณะการให้น้ำเสียคือระบบที่ให้น้ำเสียขังไว้ 5 วันและปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง 2 วันและระบายน้ำที่ผ่านการบำบัดออกจากระบบโดยปล่อยระบายน้ำสู่แหล่งน้ำ ธรรมชาติและพืชที่ปลูกสามารถตัดออกเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้

  1. การบำบัดน้ำเสียด้วยระบบบำบัดน้ำเสียเป็นระบบบำบัดแบบพึ่งพาธรรมชาติ

โดยอาศัยจุลินทรีย์ย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำเสียและการเติมออกซิเจนจากการสังเคราะห์แสงของแพลงตอนในน้ำเสีย ซึ่งในการออกแบบสามารถรองรับน้ำเสียได้ 4,500-10,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยมีบ่อบำบัดน้ำเสียจำนวน 5 บ่อ ประกอบด้วยบ่อตกตะกอน 1 บ่อ บ่อผึ่ง 3 บ่อ และบ่อปรับสภาพจำนวน 1 บ่อ ซึ่งคุณภาพน้ำที่ผ่านการบำบัด อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานน้ำทิ้งชุมชน

  1. การบำบัดน้ำเสียด้วยระบบหญ้ากรองน้ำเสีย

เป็นการบำบัดโดยการทำแปลงหรือทำบ่อเพื่อกักเก็บน้ำเสียที่รวบรวมได้จากชุมชนและปลูกหญ้าอาหารสัตว์ที่ผ่านการคัดเลือกว่าเหมาะสม 3 ชนิดช่วยในการบำบัดคือหญ้าสตาร์(Cynodon plectostachyus) หญ้าคาลลา (Letpochloa fusca) และหญ้าโคสครอส (Sporobolus virginicus) มีลักษณะการให้น้ำเสีย คือระบบที่ให้น้ำเสียขังไว้ 5 วัน และ ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง 2 วัน และระบายน้ำที่ผ่านการบำบัดออกจากระบบโดยปล่อยระบายน้ำสู่แหล่งน้ำธรรมชาติและหญ้าเหล่านี้ สามารถตัดออกนำไปใช้เลี้ยงสัตว์ได้

วิธีดังกล่าวเหล่านี้ยึดหลักการที่ว่า “เพื่อหารูปแบบเทคโนโลยีที่เหมาะสม ประหยัดไม่สลับซับซ้อนและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชุมชนต่างๆ ได้ผลการดำเนินงานวิจัยของโครงการ ศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมควรจะนำไปเผยแพร่ให้แก่ประชาชนอันจะเป็นประโยชน์ต่อชุมชนและประเทศชาติต่อไป”

” UBA นวัตกรรมสร้างคุณค่า เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน “

ขอขอบคุณ

บทความและรูปประกอบจาก

คลังปัญญาไทย, http://www.panyathai.or.th