ความสำคัญของการ บำบัดน้ำเสีย ในโรงงานอุตสาหกรรม

สวัสดีครับทุกๆท่าน กลับมาพบกับผม Dr.UBA กันอีกครั้งนะครับ วันนี้ ผมจะนำเสนอบทความเกี่ยวกับ ความสำคัญของการ บำบัดน้ำเสีย ในโรงงานอุตสาหกรรมนะครับ เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ประเทศอุตสาหกรรม รายได้จากภาคอุตสหกรรมได้ทำรายได้ให้กับประเทศมากกว่าภาคการเกษตรอย่างน้อย 2 เท่า ในขณะที่เศรษกิจของประเทศมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ปัญหาสิ่งแวดล้อมก็ได้เพิ่มมากขึ้น ปัญหามลพิษน้ำไม่ได้หยุดอยู่ที่ค่าความสกปรกในรูปบีโอดี แต่ได้ขยายครอบคลุมไปถึงโลหะหนัก สารพิษ สารอันตราย อื่นๆ เนื่องมาจากการที่มีประเภทโรงงานตั้งเพิ่มขึ้นอันเป็นผลจากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมลสารเหล่านี้ยากที่จะทำลาย

จากการที่โรงงานอุตสาหกรรมมีมากมายหลายประเภท จึงเป็นไปไม่ได้ที่ลักษณะของ น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม จะเหมือนกันในทุกโรงงาน แม้กระทั่งในโรงงานประเภทเดียวกัน ลักษณะของ น้ำเสีย ที่เกิดจากการประกอบกิจการโรงงานนั้นยังแตกต่างกัน และช่วงเวลาทำงานก็แตกต่างกัน บางโรงงานผลิต 8-12 ชั่วโมง บางโรงงานผลิต 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะโรงงานที่มีผลิตภัณฑ์หลายอย่าง ลักษณะ น้ำเสีย ในแต่ละเวลาก็จะแตกต่างกันมาก ทั้งอัตราการไหลและส่วนประกอบใน น้ำเสีย นั้น สามารถสรุปลักษณะ น้ำเสีย ตามประเภทอุตสาหกรรมได้ดังตารางด้านล่างนี้

จากตารางจะเห็นได้ว่า ลักษณะ น้ำเสีย จากโรงงานอุตสาหรกรรม นั้นมีความหลากหลายสูงมากดังนั้นจึงไม่มี ระบบบำบัดน้ำเสีย ที่สมบูรณ์แบบระบบเดียวที่เหมาะสมสำหรับทุกโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม นับว่ามีความสกปรกสูงกว่า น้ำเสียจากชุมชน โรงงานอุตสาหกรรมบางประเภทมีสารอินทรีย์เป็นองค์ประกอบหลักสามารถบำบัดได้ง่าย เช่น โรงงานแปรรูปอาหาร เครื่องดื่ม กระดาษ น้ำตาล ฟอกย้อม โรงฆ่าสัตว์ ฟอกหนัง เป็นต้น แต่สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมบางประเภทนั้นจะบำบัดได้ยากเนื่องจากมีโลหะหนักหรือสารประกอบบางชนิดปนเปื้อนอยู่ใน น้ำเสีย ด้วย เช่น โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ ชุบโลหะ แบตเตอรี่ ปิโตรเคมี เป็นต้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมประเภทที่มีโลหะหนักหรือสารประกอบบางชนิดปนเปื้อนอยู่ใน น้ำเสีย ที่หากไม่ผ่าน การบำบัดน้ำเสีย ที่ถูกต้องจะทำให้เกิดผลกระทบต่อทั้งแม่น้ำลำคลองและชุมชมรอบด้าน ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เช่น ปัญหาการปนเปื้อนของสารตะกั่วในลำห้วยคลิตี้ในเขตพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เนื่องมาจากการพังทลายของคันทำนบบ่อกักเก็บน้ำล่างแร่และตะกอนขุ่นข้นจากโรงแต่งแร่ เพราะไม่สามารถรองรับน้ำผนที่ตกหนักในช่วงดังกล่าวได้ แล้วไหลทะลักลงสู่ลำห้วยคลิตี้ทำให้ประชาชนในหมู่บ้านคลิตี้ล่างได้รับความเดือดร้อนและมีตะกอนดินที่ปนเปื้อนสารตะกั่วสะสมตามลำห้อยตั้งแต่จุดเกิดเหตุเรื่อยลงไปทางด้านท้ายน้ำ หรือในกรณีปัญหาการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของสาหร่ายและพืชน้ำ ที่เรียกว่ายูโทรฟิเคชัน (Eutrophication) ซึ่งแหล่งน้ำที่มักเกิดยูโทรฟิเครชันเป็นประจำ คือ อ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวง อ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่งัด จังหวัดเชียงใหม่ กว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา อำเภอหนองหาร จังหวัดสกลนคร อย่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา และอ่างเก็บน้ำบางพระ จังหวัดชลบุรี เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้จึงเป็นความจำเป็นที่ผู้ประกอบการโรงงานทุกโรงงานควรให้ความสำคัญต่อ การบำบัดน้ำเสีย ก่อนปล่อยลงสู่แม่น้ำลำคลอง เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อคนในพื้นที่นั้นๆ แต่ยังส่งผลไปสู่ชุมชมอื่นและประเทศชาติอีกด้วย ดังนั้นโรงงานอุตสาหกรรมควรมี การบำบัดน้ำเสีย ที่ได้มาตรฐานเหมาะสมต่อแต่ละโรงงานก่อนปล่อยน้ำสู่ลำคลอง หรืออย่างน้อยให้น้ำที่ปล่อยออกมานั้นได้ผ่านมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด ก็จะช่วยลดมลพิษทางน้ำของประเทศเราได้เป็นอย่างดี สุดท้ายนี้ หากท่านผู้ประกอบการ ท่านใด มีความสนใจ หรือความต้องการ ด้านการบริหารจัดการน้ำเสีย แบบครบวงจร ที่มีมาตรฐานสากล สามารถ ติดต่อขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญของ UBA ได้ที่ info@uba.co.th หรือโทรสายด่วน บำบัดน้ำเสีย 02-7893232 ต่อ 112 ครับ แล้วพบกับผม Dr.UBA ได้ใหม่ ใน บทความครั้งต่อไป สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ

 

ขอขอบคุณ

แหล่งอ้างอิงบทความ จาก: กรมโรงงานอุตสาหกรรม, ตำราระบบบำบัดมลพิษน้ำ,(กรุงเทพฯ: 2545).

รูปภาพประกอบ จาก:  http://www.gpsd.dst.il.us/treatment%20plant.jpg, http://www.rouswater.nsw.gov.au/imz/rous_water_theme/2452819747_768274fc53%20d43003_L.jpg, http://www.multitrode.com/userfiles/image/General%20Images/wastewater-treatment-plant.jpg